ปลาบึก (Mekong giant catfish) เป็นปลาน้ำจืด ไม่มีเกล็ด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นปลาที่อยู่ในกลุ่มสัตว์หายาก และใกล้สูญพันธุ์ แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาบึกตามธรรมชาติ พบได้ในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา เช่น แม่น้ำสงคราม แม่น้ำงึม การกระจายตัวของปลาบึก พบตั้งแต่สาธารณรัฐประชาชนจีน จนถึงสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

บทบาท และความรับผิดชอบของศูนย์

คุณวินัย จั่นทับทิม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เล่าให้ฟังว่า ที่ศูนย์แห่งนี้เริ่มมีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาบึกในบ่อดิน เมื่อ ปี 2541 ปลาบึกที่เลี้ยงมีความยาวต่อตัวเฉลี่ย 1.40 เมตร น้ำหนักตัวเฉลี่ย 20 กิโลกรัม ต่อมาจึงนำมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์

“ปลาบึก ที่เราได้มาคือ ได้มาจากภาคเหนือ ผสมพันธุ์ใกล้แม่น้ำโขง ก็แจกกันมาทั่วทั้งหมด ก็มีส่วนหนึ่งที่มาศูนย์แห่งนี้ และก็มาทำการเลี้ยง ซึ่งปลาที่ส่งมาที่นี่ ก็ได้มาจากชาวบ้านที่ได้จากการพระราชทานนำไปเลี้ยง พอตัวใหญ่เขาก็ไม่อยากเลี้ยง ก็ส่งคืนมา ทางกรมประมงก็เก็บคืนมา เราก็มาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ดู” คุณวินัยเล่าถึงความเป็นมา

การนำมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ คุณวินัยบอกว่า มีความสะดวกในการจัดการ เมื่อปลาบึกถึงระยะผสมพันธุ์ และที่สำคัญประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง เมื่อเทียบกับการเลี้ยงในบ่อดิน


“เราก็ทำการศึกษานำมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ แทนที่จะเลี้ยงในบ่อดินใหญ่ๆ เราก็มาปรับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะการให้อาหาร คุณสมบัติน้ำให้เหมาะสมเราดูหมด เพื่อให้การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์เป็นธรรมชาติมากที่สุด เหมือนเขาได้อยู่ที่บ้านเขา คือแม่น้ำ มันก็จะทำให้เขาสามารถเจริญเติบโต และพร้อมมีไข่ได้” คุณวินัยกล่าว

อาหารที่ให้พ่อแม่พันธุ์ จะเป็นอาหารที่ทางศูนย์ผสมเอง ประกอบไปด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูป โปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ บดละเอียด 875 กรัม วิตามินซี 5 กรัม วิตามินรวม 5 กรัม น้ำมันปลา 5 กรัม สไปรูไลน่า 10 กรัม แป้งสาลี 100 กรัม สารเหนียว 50 กรัม นำมาผสมกับน้ำสะอาด ปั้นเป็นก้อนให้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร โยนให้กินวันละ 1 ครั้ง เวลาประมาณ 15.00 น.

แหล่งที่มา : matichon

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here