วันนี้วันหยุดขวัญขอพาเพื่อนๆ มารับประทานอาหารไทยๆ ที่ทำไม่ยาก แต่จะให้อร่อยนั้นต้องพิสูจน์รสชาติ โดยต้องให้คนอื่นชิม และทำให้ผู้ชิมยอมรับในฝีมือให้ได้ ซึ่งคุณยายก็เป็นคนหนึ่งที่มีฝีมือในการตำน้ำพริก

ครั้งหนึ่งเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว (ตอนขวัญและครอบครัวได้ย้ายที่อยู่ใหม่) คุณยายยังไม่ค่อยรู้จักเพื่อนบ้านมากนัก ได้ตำน้ำพริกกะปิไปถวายพระในงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เมื่อได้ถวายพระแล้ว น้ำพริกนั้นก็นำมาให้เพื่อนบ้านคนอื่นได้รับประทานกัน เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติแล้ว เพื่อนบ้านคนอื่นต่างติดใจ จนต้องถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “น้ำพริกกะปิถ้วยนี้ ใครเป็นคนตำ ฝีมืออร่อยมากๆ” เลยทำให้เพื่อนบ้านได้รู้จักฝีมือการตำน้ำพริกของคุณยายว่า ฝีมือตำน้ำพริกกะปิอร่อยมากๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ขวัญได้ถามคุณยายว่ามีเคล็ดลับอะไร ถึงทำให้การตำน้ำพริกกะปิอร่อย คุณยายบอกว่า กะปิที่ใช้ต้องเป็นกะปิที่ดี ซึ่งใช้สำหรับตำน้ำพริกเท่านั้น เพราะกะปิตำน้ำพริกจะอร่อยกว่ากะปิที่ใช้ทำแกง เนื่องจากความเค็มจะน้อยกว่า คุณยายจะมีกะปิอยู่ 2 อย่างคือ กะปิตำน้ำพริก กับกะปิที่ทำแกง

คุณยายจะสั่งกะปิมาจากญาติๆ ที่อยู่นครศรีธรรมราช ให้ส่งมาทางไปรษณีย์ เวลาสั่ง จะสั่งทั้งกะปิตำน้ำพริกและกะปิทำแกงมาตุนเอาไว้ที่บ้าน เตรียมพร้อมสำหรับทำอาหารต่างๆ ตลอดเวลา ไม่เคยขาดมือ

ขอเชิญเพื่อนๆ ไปชิมน้ำพริกกะปิ ฝีมือขวัญแต่เป็นสูตรคุณยายกันได้เลยค่ะ

เริ่มต้นขวัญเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำพริกกะปิ มีดังนี้

1. กะปิ (ต้องเป็นกะปิที่ใช้ตำน้ำพริก จากเมืองนครฯ ของคุณยายที่เอามาจากบ้านนอก) ~
ช้อนโต๊ะ

2. น้ำตาลทราย ~1 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำตาลปี๊บ ~2 ขีด

4. กระเทียมไทย (กลีบเล็กๆ) 1 หัวใหญ่ (ในภาพแค่ 1 หัวมีกลีบมากเหลือเกิน)

5. หอมแดงหัวใหญ่ๆ 2 หัว

6. พริกขี้หนูสวน ~30 เมล็ด (ขวัญมานั่งนับก่อนคุณยายเอาไปตำ)

7. มะเขือพวง 1 ขีด

8. มะนาว 4 ลูก

9. น้ำปลา 3-4 เหยาะ

10. น้ำอุ่น ~100-200 ซีซี

เมื่อได้วัตถุดิบจนครบแล้ว ขวัญก็เริ่มบรรเลงการตำไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข

ใส่ไปเลยจ้า น้ำตาลปี๊ปตามสมควรนะ

ตามด้วยกระเทียม

ใส่พริก มะเขือ ตามชอบ

การตำ “พริก”และ”มะเขือพวง” ขอให้ตำแบบบุบๆ
อย่าให้ละเอียดมากนะค่ะเพราะถ้าละเอียดจะทำให้ตัวน้ำพริกมีรสขมจากพริกแล้วก็มะเขือทำให้เสียรสชาติ

บีบมะนาว

เติมน้ำปลา

จากนั้นก็ใส่มะนาวผ่าและบีบลงไป 4 ลูก และน้ำปลา เหยาะลงไป 3-4 เหยาะ อย่าให้เค็มมากเพราะกะปิก็มีความเค็มอยู่แล้ว และสุดท้ายน้ำอุ่น ~100-200 ซีซี ขวัญจะใส่ไปเป็นลำดับสุดท้าย ก็เป็นอันเสร็จการทำ “น้ำพริกกะปิ”

ลองชิมดูอีกครั้ง ถ้าเพื่อนๆ เห็นว่า อ่อนเปรี้ยว อ่อนหวาน อ่อนเค็ม ก็เติมรสชาติอีกเล็กน้อยจนเป็นที่พอใจ

“น้ำพริกกะปิ” สูตรคุณยาย เสร็จแล้ว หน้าตาดูน่าทานไหมคะ

เพื่อนๆ เตรียมตักข้าวล้อมวงเข้ามาได้เลยค่ะ ตักใส่ถ้วยเล็กๆ เตรียมไว้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ และเครื่องเคียงอื่นๆ อาทิ …

ปลาทูแม่กลองทอด วันนี้ไปตลาดเช้าซื้อมาทอด 4 ตัว

แถมมีมะเขือยาวและชะอมชุบไข่ทอด ส่วนผักต้มก็มี

แหล่งที่มา : https://www.postsod.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here