คำแรกที่ได้ยิน “ปางอุ๋ง” ทำให้คิดถึง “ปางอุ๋ง” ที่แม่ฮ่องสอน แต่ “ปางอุ๋ง”คำนี้คือ “ปางอุ๋ง” ที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีชื่อเหมือนกัน

แต่ทว่ามีแตกต่างกันด้วยบริบทความหลากหลายของในพื้นที่ปางอุ๋งแม่แจ่มมียอดเขาที่สูงที่สุดดอยพะติโด่วิถีชาวม้งและชาวปกาเกอญอที่มีความผูกพันกับการเลี้ยงช้างที่สนใจของชาวต่างประเทศที่อยากมาศึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้จัดกิจกรรม FAM TRIP แนะนำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่โครงการหลวงให้แก่สื่อมวลชนในทริปโปรแกรม “ปางอุ๋ง ทุ่งหญ้าหน้าฝน” ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จากเชียงใหม่ไปตามถนนสายเชียงใหม่-หางดง ทางหลวงหมายเลข 108พอถึงอำเภอจอมทองแล้วเลี้ยวขวาขึ้นดอยอินทนนท์ เส้นทางหมายเลข 1009 พอถึงจุดตรวจที่ 2 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหมายเลข 1192 57 อำเภอแม่แจ่มไปตามเส้นทางหมายเลข 1088 ถึงบ้านแม่นาจร เลี้ยวซ้ายตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 1263 ตรงไปประมาณ 30 กิโลเมตร
ถึงหมู่บ้านห้วยผักกูด เดินทางต่อไปอีก 10 กิโลเมตรถึง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง

จุดหมายแรกเราคือ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง” ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2522 เพื่อลดการปลูกฝิ่น การตัดไม้ทำลายป่าและการทำไร่เลื่อนลอย โดยเน้นผลไม้เมืองหนาวเพื่อสร้างรายได้แทนการปลูกฝิ่น โดยมาเจ้าหน้าที่ คุณอำพร จันทร์ตา เป็นไกด์นำเที่ยวชมแปลงสาธิตภายในศูนย์ฯมีไผ่ อะโวคะโดพันธุ์แฮส ต้นตองก้อ จากนั้นไปชมสวนองุ่นไร้เมล็ดพันธุ์FAMของคุณบรรญวิชญ์ วงศ์ศรีเกษตร บนพื้นที่ขนาด 1 ไร่ โรงเรือนควบคลุมดูแลปลูกองุ่นอย่างดี องุ่นจำนวน 100 ต้น ที่กำลังติดผลสวยให้รสหวานกรอบอร่อยที่ให้ได้ชิมลอง แล้วมาเปลี่ยนรถเป็นรถ 4Wที่จะพาลุยนำคณะเรามุ่งสู่ “ดอยพะติโด่” ในภาษาปกาเกญอคำว่า “พะติ” แปลว่า ลุง ส่วนคำว่า “โด่”แปลว่า สูง ซึ่งพอรวมกันแล้วแปลว่า ดอยที่สูงใหญ่ เทือกเขานี้มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 2 อำเภอ คือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,800 เมตร

สายหมอกขาวที่ลอยปกคลุมดอยสูงทำให้หลายคนที่ถอนใจขอรอชมอยู่เบื้องล่าง เส้นเดินขึ้นดอยเป็นเส้นรอบวงกลมผ่านดงกุหลาบพันปีกว่า 70 ต้น เป็นสกุล “กุหลาบพันปีคำแดง(Rhododendron arboretum)”จะออกดอกในช่วงเดือนมกราคม ไปจนถึงกุมภาพันธ์ที่เราจะสามารถมาชมกันได้ แล้วสายลมก็พัดสายหมอกเปิดให้เราได้ชมความมหัศจรรย์ของขุนเขา แล้วลงจากดอยพะติโด่เดินทางไปยัง “โฮมสเตย์คนเลี้ยงช้างบ้านห้วยผักกูด” ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

จากคำบอกเล่าของพ่อหลวงมานิต เจริญบรรพต เล่าถึง “บ้านห้วยผักกูด” เมื่อก่อนเรียกว่า ห้วยพระกูด เพราะว่าได้พบพระพุทธรูปในลำห้วย ไม่มีใครกล้าไปรบกวนทิ้งไว้อยู่ที่ลำห้วย จนกระทั่งปัจจุบันได้เพี้ยนมาเป็น “บ้านห้วยผักกูด” จนเป็นที่มาของซึ่งผักกูดก็เป็นผักน้ำชนิดหนึ่งที่ขึ้นมากในลำห้วยสามารถนำมารับประทานได้ อาหารค่ำจากแต่ละบ้านก็มารวมที่บ้านพ่อหลวง ด้วยเมนูพื้นบ้านปกาเกอะญอให้หลายคนร่วมรับทานอย่าง อะเล็ดอร่อย หลังอาหารค่ำชมการแสดงราวกระทบไม้ปกาเกอญอ ไม้ไผ่ยาว 6 คู่ ผู้เคาะ 12 คน เคาะจังหวะกระทบไม้…ชิด…ชิด…แยก…ให้เราลงเท้าก้าวข้ามที่จะไม่ถูกโดนไม้หนีบขาเราที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาร่วมเล่นให้ความสนุกสานาแล้วกลับบ้าน ที่พักโฮมสเตย์บ้านเรือนที่ปลูกกระจายตามเชิงเขาโอบล้อมป่าผืนใหญ่อากาศยามเช้าที่สดชื่นเย็นสบายมีสายฝนโปรยปรายเล็กน้อยเช้านี้คณะเราเดินทางชมวิถีชีวิตการเลี้ยงช้างของชาวปกาเกอะญอรถนำออกจากหมู่บ้านมาส่งยังบริเวณป่าเชิงเขาแล้วเดินเท้ากันต่อผ่านป่าชุมชน แล้วมาพบมีช้าง 3 เชือก ประกอบด้วย แม่ทองดี แม่สัจจะ และมานะแต่ละเชือกกำลังอร่อยอยู่กับใบไผ่ โดยมีควาญดูแลอย่างใกล้ชิดและชาวต่างชาติสนใจติดตามศึกษาจุดที่เลี้ยงช้างจะเปลี่ยนไปตามแหล่งอาหารต่างๆซึ่งในพื้นที่ป่าของชุมชน แล้วFAM TRIP ก็สิ้นสุดลงพร้อมกับเดินทางกลับ

แหล่งที่มา : http://www.chiangmainews.co.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here